สัญญาณเตือน! ตกขาวแบบไหน "อันตราย"
อัพเดทล่าสุด: 11 พ.ย. 2025
183 ผู้เข้าชม

ลักษณะของตกขาวสามารถบ่งบอกถึงสภาวะสุขภาพที่แตกต่างกันได้ ตั้งแต่ภาวะปกติไปจนถึงการติดเชื้อหรือโรคร้ายแรง ซึ่งโดยปกติแล้วตกขาวจะมีลักษณะเป็นมูกใส หรือสีขาวขุ่นเล็กน้อย ไม่มีกลิ่น และไม่คัน หากมีสี กลิ่น หรืออาการอื่นๆ ร่วมด้วย
ตกขาวปกติ (Physiological Leukorrhea)
- ลักษณะ : มูกใส คล้ายไข่ขาว หรืออาจมีสีขาวขุ่นเล็กน้อย
- ปริมาณ : ปริมาณจะแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงของรอบเดือน มักมีปริมาณมากขึ้นในช่วงกลางรอบเดือน (ช่วงตกไข่) หรือช่วงก่อนมีประจำเดือน
- กลิ่น/อาการ : ไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่ทำให้เกิดอาการคัน แสบ หรือระคายเคืองบริเวณช่องคลอด
- สาเหตุ : เป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายในการสร้างความชุ่มชื้นและป้องกันการติดเชื้อในช่องคลอด
ตกขาวผิดปกติ (Abnor mal Leukorrhea)
ลักษณะตกขาวที่ผิดปกติมักเกิดจากการติดเชื้อ หรือปัญหาอื่นๆ ซึ่งสามารถจำแนกตามสีและอาการร่วมได้ดังนี้
สีขาวขุ่น/เทาอ่อน (ปริมาณมาก)
- มีกลิ่นเหม็นคาวปลาชัดเจน โดยเฉพาะหลังมีเพศสัมพันธ์หรือหลังหมดประจำเดือนใหม่ๆ ไม่มีอาการคันหรือแสบ
- สาเหตุเกิดจากภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial Vaginosis - BV)
สีขาวขุ่น/เหลือง (เนื้อข้น)
- คล้ายแป้งเปียกหรือนมบูด มีอาการคันและแสบร้อนบริเวณช่องคลอดอย่างรุนแรง อาจมีอาการบวมแดงร่วมด้วย
- สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อราในช่องคลอด (Yeast Infection / Candidiasis)
สีเหลือง/เขียว
- มีลักษณะเป็นฟอง มีกลิ่นเหม็นคาวรุนแรง อาการคัน แสบ ปวดท้องน้อย หรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
- อาจเกี่ยวข้องกับโรคติดเชื้อพยาธิในช่องคลอด (Trichomoniasis) หรือ โรคหนองในแท้/เทียม (Gonorrhea/Chlamydia)
สีน้ำตาล/มีเลือดปน
- อาจมีกลิ่นเหม็นคาวรุนแรง ปริมาณมาก
- สัญญาณอันตรายที่อาจบ่งบอกถึง เนื้องอกในมดลูก หรือมะเร็งปากมดลูก/มะเร็งโพรงมดลูก ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด
สีชมพูอ่อน/มีเลือดปนเล็กน้อย
- มักเกิดขึ้นในช่วงใกล้มีประจำเดือน หรือหลังคลอดบุตร อาจเกิดจากการระคายเคือง หรือเป็นสัญญาณของการฝังตัวของตัวอ่อนในระยะเริ่มแรกของการตั้งครรภ์ได้
- โดยทั่วไปอาจไม่อันตราย แต่ถ้ามีอาการผิดปกติอื่นร่วม ควรปรึกษาแพทย์
แนวทางการป้องกันตกขาวผิดปกติมุ่งเน้นไปที่การรักษาสมดุลของแบคทีเรียที่ดีในช่องคลอดและสุขอนามัยส่วนบุคคลที่ดี แนวทางปฏิบัติดังนี้
สุขอนามัยส่วนบุคคล
- ทำความสะอาดอย่างถูกวิธี : ล้างบริเวณอวัยวะเพศภายนอกด้วยน้ำสะอาดหรือสบู่อ่อนๆ เท่านั้น หลีกเลี่ยงการสวนล้างช่องคลอด เพราะจะทำลายแบคทีเรียดีตามธรรมชาติและทำให้ค่า pH เสียสมดุล
- ซับให้แห้ง : หลังทำความสะอาด ควรซับบริเวณจุดซ่อนเร้นให้แห้งเสมอเพื่อป้องกันความอับชื้นซึ่งเป็นสาเหตุของการติดเชื้อรา
- เช็ดจากหน้าไปหลัง : หลังขับถ่าย ให้เช็ดจากด้านหน้าไปด้านหลัง (จากช่องคลอดไปทางทวารหนัก) เพื่อป้องกันการนำเชื้อแบคทีเรียจากทวารหนักเข้าสู่ช่องคลอดหรือทางเดินปัสสาวะ
- เปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ : ในช่วงมีประจำเดือน ควรเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 3-4 ชั่วโมง เพื่อลดความอับชื้น
การเลือกเสื้อผ้า
- สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี : เลือกกางเกงชั้นในที่ทำจากผ้าฝ้าย (คอตตอน) และหลีกเลี่ยงกางเกงที่รัดแน่นเกินไป เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกและลดความชื้นสะสม
โภชนาการและไลฟ์สไตล์
- รับประทานโยเกิร์ตหรือนมเปรี้ยว : อาหารที่มีจุลินทรีย์โปรไบโอติก (Lactobacillus) จะช่วยเพิ่มแบคทีเรียดีในช่องคลอดและช่วยรักษาสมดุล pH
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ : การดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอช่วยรักษาสมดุลของร่างกายโดยรวม
- หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น : ลดการบริโภคน้ำตาลและแป้งขัดขาวที่มากเกินไป และหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น สบู่ที่มีน้ำหอมรุนแรง หรือแผ่นอนามัยที่มีกลิ่น
- รักษาสุขอนามัยทางเพศ : การใช้ถุงยางอนามัยสามารถช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ซึ่งเป็นสาเหตุของตกขาวผิดปกติได้
บทความที่เกี่ยวข้อง
อาการของคนทำงานหนักและนอนดึกตื่นเช้า ได้แก่ อ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ ปวดหัว หงุดหงิด สมาธิสั้น มีความผิดปกติของอารมณ์ ความจำลดลง และมีความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ
30 ต.ค. 2025
ลักษณะเล็บที่ผิดปกติ เช่น เล็บเปลี่ยนสี เล็บขรุขระ เล็บเป็นหลุม หรือเล็บโค้งผิดรูป สามารถบ่งบอกถึงโรคต่างๆ
21 พ.ย. 2025
ภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout Syndrome) ถือเป็นปัญหาสุขภาพจิตที่สำคัญในกลุ่มวัยทำงาน
14 พ.ย. 2025


